52 เทคนิคดูแลสุขภาพให้ห่างไกลโรค ตอนที่ 3

จัดเมนูมันเทศสัปดาห์ละครั้ง
มันเทศต้มเป็นอาหารเสริมสุขภาพที่แสนวิเศษ  แต่ถ้าจะให้รับประทานทุกวันคุณคงเบื่อแน่นอน ดังนั้นอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1  ครั้งที่ควรมีมันเทศอยู่ในมื้อใ มื้อหนึ่ง  อาจต้มมันเทศเป็นอาหารว่างหรือต้มมันเทศผสมในข้าวต้มบ้างก็ได้  การรับประทานมันเทศเป็นประจำจะช่วยบำรุงร่างกายให้แข็งแรง  การขับถ่ายเป็นไปอย่างราบรื่น  คนที่ผอมแห้งก็สามารถเพิ่มน้ำหนักได้ด้วยการรับประทานมันเทศเป็นประจำ  แต่คนที่มีน้ำหนักตัวเกินพอดีควรรับประทานแต่เพียงเล็กน้อยจะได้ไม่แน่นท้องเกินไปนัก

บำรุงเลือดด้วยการกินธาตุเหล็ก
ธาตุเหล็กนั้นจำเป็นต่อสุขภาพของคุณอย่างมาก  เพราะถ้าเมื่อใดก็ตามที่คุณปล่อยให้ร่างกายขาดสารอาหารสำคัญตัวนี้ร่างกายก็จะไม่สามารถสร้างสร้างเซลล์เม็ดเลือดได้พอเพียง  คุณควรจัดเมนูอาหารที่มีธาตุเหล็กในแต่ละมื้อแต่ละวันอย่างสม่ำเสมอ  อาหารที่อุดมไปด้วยธาตุเหล็กก็คือ ตับสัตว์ เครื่องในไก่ แครอท ฟักทอง เมล็ดฟักทอง  มันฝรั่ง ถั่วเหลือง มะเขือเทศ กะหล่ำปลี บรอคเคอรี่

อาหารต้านความเศร้า
อารมณ์ซึมเศร้า หดหู่ หม่นหมอง  สามารถทำให้คลายจางลงไปได้ด้วยการรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยเซเลเนียม เช่น  หอยนางรม ปลาทูน่า ไก่งวง นม ซึ่งมีกรดโฟลิก  เมื่อรับประทานอาหารเหล่านี้แล้วจะช่วยให้คุณมีอารมณ์แจ่มใส  ไม่หงุดหงิดฉุนเฉียวง่าย เนื่องจากว่าการขาดกรดโฟลิก สารทริบโตแฟน  มีผลให้เกิดความแปรปรวนในอารมณ์และอาการทางจิต ประสาทได้นั่นเอง

ถั่วสลายความเครียด
สภาวะที่แวดล้อมในปัจจุบันนี้ดูเหมือนว่ามีปัจจัยมากมายที่ก่อให้เกิดความเครียดได้ไม่ยาก  และความเครียดที่เกิดขึ้นแล้วนั้นไม่ใช่จะทำให้คุณกลายเป็นคนหน้านิ่วคิ้วขมวดและอารมณ์บูดจนไม่น่าเข้าใกล้เท่านั้น  แต่ความเครียดมีผลกระทบอย่างจริงจังต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจของคุณ  นอกจากการออกกำลังกายและการพักผ่อนแล้วการดูแลเรื่องอาหารในช่วงที่รู้สึกเครียดก็ช่วยคลายความกดดันได้เป็นอย่างดี  อาหารที่จะพิชิตความเครียดได้ก็คืออาหารที่มีวิตามินบีสูงและมีแมงกานีสสูง เช่น  อะโวคาโด สตรอเบอรี่ ส้ม ถั่วฝักยาว ถั่วเหลือง ถั่วดำ ถั่วลิสง โดยเฉพาะ “ถั่ว”  ชนิดต่างๆ คือพระเอกที่จะขจัดปัดเป่าความเครียดให้หมดสิ้นไปได้อย่างง่ายดาย

เนื้อสัตว์ไม่ใช่อาหารจำเป็นของคน
นี่คือความจริงข้อใหม่ที่อาจจะดูขัดแย้งกับสิ่งที่พวกเราได้รับการปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กว่า  โปรตีนคืออาหาร 1 ใน 5 หมู่ที่ร่างกายต้องการและแหล่งโปรตีนที่ดีคือเนื้อสัตว์  แต่แท้จริงแล้วร่างกายของคนเราต้องการโปรตีน มิใช่ต้องการเนื้อสัตว์  คุณสามารถได้โปรตีนจากแหล่งอื่นที่ไม่ใช่เนื้อสัตว์ใหญ่ เช่น  จากผักทุกชนิดที่มีใบเขียวจัดและเนื้อสัตว์อย่าง ปลา หอย กุ้ง  ซึ่งทำให้คุณได้โปรตีนพอเพียงกับความต้องการของร่างกายและดีกว่าเนื้อสัตว์ประเภทเนื้อวัวและเนื้อหมูที่ทำให้ระบบย่อยอาหารต้องทำงานหนักขึ้น  และถ้ารับประทานมากเกินไปโปรตีนที่เหลือเป็นส่วนเกินจะถูกเปลี่ยนเป็นไขมันและน้ำตาลเก็บไว้ในร่างกายมีผลทำให้คุณอ้วนขึ้นนั่นเอง  และนอกจากนั้นถ้าคุณรับประทานเนื้อวัวและเนื้อหมูมากๆ  กระบวนการย่อยก็ต้องทำงานหนักขึ้นเพราะต้องขับสารพิษหลายตัวที่เกิดจากการย่อยให้ออกไปจากร่างกาย  จะทำให้แร่ธาตุต่างๆ อีกหลายตัวถูกขับออกมาด้วย น้ำในตัวคุณก็จะระเหยไปมาก  มีผลกระทบต่อสุขภาพโดยตรงแน่นอน

กินบะหมี่บ่อยๆ  อร่อยแล้วสุขภาพดีแน่
่  คนที่ต้องการควบคุมน้ำหนักจนงดรับประทานข้าวเพราะอ้างว่าต้องการงดคาร์โบไฮเดรตที่จะทำให้อ้วนได้ไม่แพ้ไขมันนั้น ควรอย่างยิ่งที่จะรับประทานอาหารบะหมี่บ้าง  เพราะบะหมี่เป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรตที่ยอดเยี่ยมพอๆ กับก๋วยเตี๋ยว สปาเกตตี มะกะโรนี  และโรตี คุณสามารถรับประทานได้บ่อยๆ  โดยไม่ต้องกลัวว่าจะอ้วนเพราะบะหมี่เป็นคาร์โบไฮเดรตละเอียด  มีคุณสมบัติย่อยง่ายกว่าคาร์โบไฮเดรตชนิดธรรมดา

กลูโคส เกลือแร่  เพิ่มพลังงานจริงหรือ
คุณเคยพบว่ามีโฆษณาเครื่องดื่มประเภทกลูโคสหรือเกลือแร่มากมายหลายยี่ห้อที่เน้นสรรพคุณว่าให้พลังงาน  เหมาะสำหรับผู้ที่ร่างกายสูญเสียเกลือและโพแทสเซียมไปกับเหงื่อในขณะที่ออกแรงมากๆ  หรือพวกนักกีฬา เป็นต้น แต่ความจริงแล้วถ้าคุณเล่นกีฬามาเหนื่อยๆ  หรือออกกำลังไปมากๆ จนคิดว่าร่างกายสูญเสียเกลือไปกับเหงื่อ  เครื่องดื่มที่ดีที่สุดสำหรับนาทีนั้นก็คือน้ำเปล่า  จริงอยู่ที่ว่าร่างกายต้องการโซเดียม  แต่เมื่อเหงื่อท่วมตัวในร่างกายก็มิได้อยู่ในภาวะขาดเกลือทันทีทันใด  คุณต้องดื่มน้ำมากๆ ชดเชยเหงื่อที่หลั่งรินออกไปมาก  น้ำจะเข้าสู่กระแสเลือดได้เร็วกว่าเครื่องดื่มเกลือแร่หรือกลูโคสด้วยซ้ำ  และการดื่มน้ำเกลือเข้าไปทันทียิ่งไม่ถูกต้องเพราะร่างกายจะดึงน้ำไปจากกล้ามเนื้อเพื่อไปกรองเกลือทำให้กล้ามเนื้อขาดน้ำกะทันหันและไตของคุณอาจมีปัญหาเมื่อมีปริมาณเกลือในเลือดสูงเพราะน้ำระเหยภายในนั่นเอง

หอยแมลงภู่ชูกำลังตัวจริง
ถ้าจะพูดถึง “ไข่”  ที่ยอมรับกันมานานว่าเป็นตัวเอกในการบำรุงพลังได้อย่างวิเศษแล้วนั้นที่แท้ยังไม่ถูกต้องนัก  หอยแมลงภู่ต่างหากที่เป็นตัวจริงสำหรับอาหารซึ่งมีสรรพคุณช่วยสร้างเสริมพละกำลังให้กับสุขภาพร่างกายของคุณได้อย่างเต็มที่มากกว่าไข่  เพราะไข่ทำให้ร่างกายมีคอเลสเตอรอลมากเกินพอดีถ้ารับประทานมากๆ  แต่สำหรับหอยแมลงภู่ยิ่งรับประทานมากก็ยิ่งดี  ไม่ว่าจะเป็นหอยแมลงภู่สดหรือแห้งก็ล้วนมีคุณค่าอาหารสูงกว่าเนื้อวัวและเนื้อหมู่ที่ดูจะมีบทบาทกับคนเรามากกว่าหอยแมลงภู่  ถ้าคุณรับประทานหอยแมลงภู่สม่ำเสมอร่างกายจะมีพลังแข็งแรงอย่างเห็นได้ชัด  ระบบการไหลเวียนของเลือดดีเยี่ยม บำรุงเลือดลม รักษาความร้อนในร่างกายให้สมดุล  และพิชิตอาการเฉื่อยชาอ่อนเปลี้ยเพลียแรงได้อย่างน่าอัศจรรย์

เบื่ออาหาร จิตใจหม่นหมอง  ต้องลองกินลำไย
เด็กๆ มักถูกห้ามว่าอย่ารับประทานลำไยมากเกินไป จะทำให้ร้อนในและไม่สบายได้ แต่ถ้าเมื่อใดก็ตามที่คุณรู้สึกว่าร่างกายไม่สดชื่น  ความคิดอ่านตื้อๆ ตันๆ ไม่คึกคัก อ่อนเพลีย เลือดลมไม่ดี จิตใจหม่นๆ มัวๆ  อารมณ์แปรปรวนง่าย เมื่อนั้นแหละที่คุณควรสนใจลำไยเป็นพิเศษ  คุณอาจลองหาซื้อลำไยชนิดตากแห้งนำมาปรุงร่วมกับเมนูจานใดจานหนึ่งก็ได้ เป็นต้นว่า  ลำไยตุ๋นรวมกับไข่ตุ๋น ซอยลำไยแห้งลงไปในผัดหรือในแกงบ้างก็ไม่เลว  ลำไยมีน้ำตาลที่เป็นเมนูโปรดของ “สมอง”  และเป็นน้ำตาลที่ไม่มีพิษภัยอย่างน้ำตาลทรายขาว  คุณจะรู้สึกอยากรับประทานอาหารมากขึ้น เจริญอาหาร มีกำลังวังชา ความคิดแล่นราบรื่น  สมองปลอดโปร่ง อารมณ์ดี ลำไยยังช่วยบำรุงม้าม บำบัดโรคกระเพาะ บำรุงหัวใจ  บำรุงการไหลเวียนของเลือด บำรุงระบบประสาท ทำให้ไม่เครียดง่าย

ขิงยิ่งแก่ยิ่งเป็นยาดี  แก้คลื่นไส้ รักษาท้องเฟ้อ
ขิงแก่ปรุงเป็นเมนูไก่ผัดขิงหรือขิงแก่ซอยใส่โจ๊กและอาหารจานอื่นๆ  นั้นมักถูกเขี่ยทิ้งไปอย่างน่าเสียดาย คุณควรฝึกเด็กๆ และแนะนำผู้ใหญ่รอบข้าง  (รวมทั้งตัวคุณเอง) ให้หมั่นรับประทานขิงบ้าง  เพราะขิงมีสรรพคุณทางยาจะช่วยบำบัดเยียวยาอาการสะอึก อาการท้องเฟ้อ ท้องอืด  แน่นท้อง อาการคลื่นไส้พะอืดพะอมอยากอาเจียน  ขิงช่วยขับลมและขับความเย็นชื้นในร่างกาย  แม้แต่อาการคัดจมูกและเป็นไข้หวัดเพียงรับประทานขิงก็ทุเลาและหายได้ทันใจ  ควรเติมขิงซอยในอาหารจานใดก็ได้อย่างสม่ำเสมอเพื่อรักษาสุขภาพ