ฟื้นฟูร่างกายด้วยปลาตะเพียน
สารอาหารในปลาตะเพียนจะช่วยเสริมสร้างพลังงานแก่ร่างกายของคนที่เพิ่งฟื้นไข้ได้ดีหรือถ้าคุณรู้สึกอ่อนเพลียง่าย ไร้เรี่ยวแรงเจ็บป่วยบ่อยๆ ร่างกายอ่อนแอ คุณควรรับประทานปลาตะเพียนเพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกายให้มีพลังและสดชื่นขึ้นอย่างทันอกทันใจ ปลาตะเพียนยังช่วยแก้ร้อนในได้ดี บำรุงม้าม ช่วยขับปัสสาวะ แม้รับประทานทุกๆ วันก็ไม่ทำให้ร่างกาย “ร้อน” เกินไปเหมือนอาหารบำรุงบางชนิด เพราะปลาตะเพียนมีฤทธิ์ปานกลาง อาการไอ เจ็บคอ กระหายน้ำบ่อยๆ ก็จะหายไปถ้ารับประทานปลาตะเพียนเป็นประจำ
ปลาแห้งตัวเล็กตัวน้อยให้วิตามิน D แสนดี
ี คุณทราบอยู่แล้วว่าวิตามินดีนั้นช่วยดูแลกระดูกให้แข็งแรง ช่วยดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัสจากกระแสเลือดสู่กระดูก ช่วยให้เด็กๆ เติบโตเร็ว แข็งแรง แล้วคุณทราบไหมว่าปลาแห้งตัวเล็กๆ น้อยๆ นั่นแหละคือแหล่งวิตามินดีที่ดีเยี่ยมเลยทีเดียว นอกจากปลาตัวเล็กตัวน้อยแล้วแหล่งวิตามินดีอื่นๆ ยังมีอีกมาก เช่น ปลาซาร์ดีน ปลาซาบะ ปลากระป๋อง ปลาทูน่า ทอดมันปลา ลูกชิ้นปลา เห็ดหอม ตับ ไข่แดง นม เนยสด เป็นต้น
หมั่นดื่มน้ำมะนาว กินสตรอเบอรี่ มะเขือเทศ ถ้ามักใช้ยาแก้ปวดเป็นประจำ
เมื่อปวดหัว ปวดฟัน ตัวร้อนเป็นไข้ เป็นหวัด คนเรามักสะดวกในการซื้อหายาจากร้านขายยาใกล้บ้านมารับประทานเองโดยไม่ต้องไปพบแพทย์ เพราะรับประทานยาแอสไพรินเพียง 1-2 วันก็สามารถหายป่วยได้แล้ว แต่การใช้ยาแอสไพรินบ่อยๆ ครั้งหรือใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน ตัวยาจะไปต้านการดูดซึมวิตามิน ทำให้วิตามินต่างๆ โดยเฉพาะวิตามินซีถูกขับไสไล่ส่งออกจากร่างกายของคุณโดยทางปัสสาวะ ฉะนั้นช่วงใดที่คุณต้องใช้ยาแก้ไข้ แก้ปวดต่างๆ แล้วก็ควรเติมวิตามินซีให้กับร่างกายมากเป็นพิเศษ วิตามินซีมีอยู่ในผักสดและผลไม้ทุกชนิด หรือถ้าคุณหมั่นดื่มน้ำมะนาวบ่อยๆ (ไม่ต้องเติมน้ำตาลมาก) รับประทานสตรอเบอรี่และมะเขือเทศสดๆ เป็นประจำ ร่างกายก็จะได้วิตามินซีอย่างพอเพียงแน่นอน
ต้องกินอะไรจึงจะได้วิตามินเอ
วิตามินเออยู่ในเครื่องในสัตว์ ปลาไหล นม เนย น้ำมันตับปลา ส่วนวิตามินเอในรูปแคโรทีน อยู่ในพืชผักสีเหลืองหรือสีส้ม เช่น แครอท แตงโม แอปริคอท ส้ม ฟัก ทอง ข้าวโพด มันฝรั่ง มันเทศ น้ำเต้า ในพืชผักสีเขียวและสีขาวก็มีบ้าง เช่น สาหร่ายทะเล ดอกกะหล่ำ แตงกวา หอมหัวใหญ่ เด็กๆ ต้องการวิตามินเอเพื่อร่างกายที่เจริญเติบโต โครงกระดูกแข็งแรงเจริญอาหาร เม็ดเลือดแดงได้รับการสร้างเสริม ฟันมีสารเคลือบ หนุ่มสาวและผู้ใหญ่ก็ต้องการวิตามินเอมาทำหน้าที่สำคัญๆ มากมาย ช่วยดูแลเซลล์ผิวหนังและเยื่อบุ ช่วยให้ผิวสวย ตาดี ผมงาม เล็บแข็งแรง
บำรุงประสาทด้วยไทอามีน
ไทอามีนก็คือวิตามินบี1 ซึ่งมีหน้าที่ช่วยในกระบวนการเปลี่ยนแป้งหรือน้ำตาลให้เป็นพลังงาน ถ้าร่างกายขาดวิตามินบี1 เมื่อใดการเปลี่ยนแปลงนี้ก็จะติดขัดบกพร่อง มีผลต่อร่างกายมากมายดังนี้ ระบบประสาทผิดปกติ ทำให้ปวดศีรษะบ่อยๆ ประสาทอ่อน หงุดหงิดง่าย อารมณ์เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ท้องอืด ท้องผูก เบื่ออาหาร น้ำหนักลดหรือเพิ่มเกินปกติ หอบง่าย เหนื่อยง่าย เป็นเหน็บชา พูดติดอ่าง สายตาเสื่อม หัวใจทำงานเสื่อมลง ฯลฯ แต่ถ้าร่างกายได้รับวิตามินบี1 หรือไทอามีนเพียงพอความสดชื่นกระฉับกระเฉงก็จะเกิดขึ้น การรับประทานของหวานมากๆ ก็ทำให้ไทอามีนยิ่งลดน้อยลง อาหารที่มีวิตามินบี1 คือ ข้าวกล้อง ข้าวสาลี ข้าวซ้อมมือ ตับ เต้าหู้ ถั่วหมัก ถั่วแระ รำข้าว งา กระเทียม
ตาแดง ปากเป็นแผล เฉื่อยชา ต้องถามหาไรโบฟลาวิน
ความจริงแล้วไรโบฟลาวินที่คุณต้องการก็คือวิตามินบี2 นั่นเอง หน้าที่ของวิตามินบี2 คือการช่วยสังเคราะห์คาร์โบไฮเดรตเปลี่ยนน้ำตาลและแป้งให้กลายเป็นพลังงาน สร้างเอนไซม์ที่จำเป็นช่วยในการรับออกซิเจนเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ ซ่อมแซมเนื้อเยื่อ เมื่อคุณมีอาการตาแฉะ ตาแดง หรือลิ้นเป็นแผล มุมปากเป็นแผล ริมฝีปากอักเสบ นั่นล่ะคือสัญญาณของการขาดไรโบฟลาวิน อาการเฉื่อยชา เกียจคร้าน ไม่มีแรง ตาไวต่อแสง ตาพร่า แสบตา ปากคล้ำ มุมปากด่างขาว ง่วงบ่อยๆ ตัวสั่นๆ เดินเหินไม่คล่อง ความดันโลหิตสูง ตัวเล็กแคระไม่โต (กลุ่มเด็กๆ) อาการเหล่านี้จะเกิดขึ้นเมื่อร่างกายขาดสารสำคัญนี้ ซึ่งคุณจะต้องรีบรับประทานอาหารที่มีไรโบฟลาวินให้พอเพียง เช่น ไข่แดง นม นมแม่(สำหรับเด็ก) ตับวัว ตับหมู เนยแข็ง ไข่ปลา ยีสต์ เนื้อวัว ไก่ ถั่ว มันฝรั่ง
ฟุ้งซ่าน หลับยาก พฤติกรรมสับสน แก้ไขได้ด้วยการกินอาหารบางกลุ่ม
คุณควรรับประทานอาหารที่เป็นแหล่งวิตามินบี3 คือ ปลา นม เมล็ดข้าวสาลี ผักใบเขียว เนื้อสัตว์ ถ้าปล่อยให้ร่างกายขาดวิตามินบี3 โดยเฉพาะท่านที่ดื่มเหล้ามากๆ จะยิ่งต้องการวิตามินบี3 ผลร้ายที่เกิดขึ้นเมื่อขาดวิตามินบี3 มีมากมาย เป็นต้นว่าลิ้นอักเสบ มีกลิ่นปากแรง กระพุ้งแก้มเปื่อย เป็นโรคลำไส้ ขับถ่ายยาก ง่วงซึม คลื่นไส้วิงเวียน ปวดศีรษะบ่อยๆ เครียด วิตกกังวล ฟุ้งซ่านจนนอนไม่หลับ อยากหัวเราะหรืออยากร้องไห้โดยไร้สาเหตุ พฤติกรรมวุ่นวายแปรปรวน สับสนหดหู่ ก้าวร้าว
รับประทานถั่วต่างๆ เพื่อเยียวยาผิวหยาบกร้าน
การที่ผิวพรรณหยาบกร้านไม่นวลเนียนสดใสนั้นก็เป็นสาเหตุหนึ่งของการขาดวิตามินบี6 นอกจากผิวแห้งหยาบกร้านแล้วอาจมีอาการอื่นๆ คือเป็นแผลที่ลิ้น เป็นโรคโลหิตจาง โรคลมชัก โรคเศร้า ซึม หอบหืด เป็นนิ่วในไต อาหารที่มีวิตามินบี6 จะช่วยบำรุงระบบประสาท บำรุงสมอง ป้องกันตะคริว คุณสามารถรับประทานวิตามินบี6 ได้จากเนื้อไก่ เนื้อปลา เนื้อหมู ตับ ข้าวโพด แฮม เนื้อวัว กล้วย ลูกเกด ลูกพรุน โดยเฉพาะถั่วต่างๆ และถั่วแขก
น้ำมันพืชก็มีวิตามินเหมือนกัน
ในการปรุงอาหารจานผัดๆ ทอดๆ น้ำมันพืชเป็นปัจจัยสำคัญที่ขาดไม่ได้ แต่คนที่สนใจเรื่อง การลดระดับคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด การลดหรือควบคุมน้ำหนัก ก็มักจะงดเว้นอาหารผัดๆ ทอดๆ เพื่อเลี่ยงไขมัน ซึ่งนั่นเป็นการดูแลสุขภาพที่ถูกต้อง แต่ถ้าคุณจะรับประทานอาหารจานผัดจานทอดบ้างก็ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว เพราะในน้ำมันพืชนั้นเป็นแหล่งวิตามินอีที่ดีเยี่ยม วิตามินอีช่วยบำรุงกล้ามเนื้อหัวใจ ช่วยดึงประโยชน์จากไขมันมาใช้กับต่อมต่างๆ คุ้มครองปกป้องมิให้วิตามินต่างๆ สูญสลาย ดูแลมิให้เลือดจับเป็นก้อน ช่วยสร้างเสริมผิวหนังใหม่ ชะลอความชราและช่วยปรับอุณหภูมิในร่างกาย น้ำมันพืชที่คุณจะใช้ประกอบอาหารนั้น คุณควรใช้เพียงเล็กน้อยในการผัดหรือทอดอาหาร นอกจากในน้ำมันพืชแล้ววิตามินอีพอมีอยู่บ้างไม่มากในข้าวโอ๊ต ผักกาดหอม มะเขือเทศ แครอท ไข่แดง ไข่ปลา ถั่วต่างๆ และเมล็ดทานตะวัน
แพ้ท้องรุนแรงนึกถึงวิตามินบี6
ว่าที่คุณแม่คนใหม่เมื่อตั้งครรภ์แล้วควรรับประทานอาหารที่อุดมด้วยวิตามินบี6 เพื่อป้องกันอาการแพ้ท้อง หรือถ้าเกิดมีอาการแพ้ท้องอย่างรุนแรงแล้วการรับประทานวิตามินบี6 มากๆ ก็จะช่วยลดอาการนั้นให้ทุเลาเบาบางลงไปได้อย่างดี นอกจากช่วยเยียวยารักษาอาการแพ้ท้องแล้วยังช่วยดูแลสุขภาพของคุณแม่และลูกน้องในครรภ์อีกด้วย อาหารที่เป็นแหล่งวิตามินบี6 ได้แก่ ถั่วต่างๆ ถั่วเหลือง ไข่ นม ข้าวโพด ข้าวสาลี ตับสัตว์