Category สุขภาพผู้สูงวัยและความเป็นอยู่

ผู้สูงอายุควรกินอะไร? เข้าใจโภชนาการเพื่อสุขภาพที่ดีในวัยเกษียณ

ผู้สูงอายุควรกินอะไร? แนะนำอาหารครบ 5 หมู่ เพื่อสุขภาพแข็งแรง เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายของผู้สูงอายุจะเปลี่ยนแปลงไป ทั้งระบบย่อยอาหาร การดูดซึมสารอาหาร และมวลกล้ามเนื้อที่ลดลง ทำให้ “การเลือกอาหาร” กลายเป็นสิ่งสำคัญมากกว่าที่เคย บทความนี้จะช่วยคุณเข้าใจว่า ผู้สูงอายุควรกินอะไร เพื่อให้สุขภาพแข็งแรง มีพลัง และลดความเสี่ยงโรคต่างๆ 🥗 หลักการกินอาหารของผู้สูงอายุ ก่อนจะไปดูเมนูอาหาร มาดูหลักพื้นฐานกันก่อน: 👉 เป้าหมายคือ “กินเพื่อบำรุง ไม่ใช่กินเพื่ออิ่มอย่างเดียว” 🍗 1. โปรตีน – ช่วยเสริมกล้ามเนื้อ ผู้สูงอายุมักสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ จึงควรกินโปรตีนให้เพียงพอ แหล่งโปรตีนที่แนะนำ: 👉 ควรเลือกแบบ “นุ่ม เคี้ยวง่าย” 🥦 2.…

การนอนดึกทำให้อายุสั้น เร่งวันตายให้ตัวเอง

การนอนดึกเป็นเหตุให้อายุสั้น เท่ากับเร่งวันตายให้ตัวเอง การทำงานดึกทำให้ร่างกายล้า เหมือนกับเครื่องยนต์ overload ไม่ช้าเครื่องก็พัง   วิธีแก้ไขในกรณีต้องทำงานดึก (เพื่อไม่ให้ร่างกายโทรมเร็ว) เพราะต้องเร่งงานความเสียหายที่เกิดขึ้นกับคนนอนดึก ร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ เกิดอาการล้า ระบบร่างกายจะรวน ดังนี้   ระบบการย่อยอาหาร ท้องอืด ท้องเฟ้อง่าย อาหารย่อยไม่ดีทำให้อุจจาระหยาบ คืออาหารที่ทานเข้าไป ถ้าไม่นอนดึกอุจจาระจะสวย ไม่มีเศษอาหารติดอยู่ เหมือนกับแท่งทอง แต่ถ้าอดนอนแล้วอุจจาระจะหยาบ จะมีเศษอะไรต่างๆ ติดอยู่ เหมือนกับรถที่มีเขม่าติด เกิดจากการที่ ร่างกายย่อยไม่หมด เพราะล้า   แนวทางแก้ไข ให้ลดอาหารประเภทเนื้อสัตว์ อาหารเหนียวๆ มิฉะนั้นลำไส้ทำงานหนัก ยิ่งนอนดึกแม้เราหลับไปแล้ว แต่ลำไส้ไม่หลับ ยังคงย่อยอยู่ต่อไป พอตื่นขึ้นมาก็เพลีย ให้ทานไข่…

นิสัย 10 อย่างที่ทำร้ายสมอง

นิสัย 10 อย่างที่ทำร้ายสมอง ไม่ทานอาหารเช้า หลายคนคิดว่าไม่ทานอาหารเช้าแล้วจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ แต่นี้จะเป็นสาเหตุให้สารอาหารไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ ทำให้สมองเสื่อม กินอาหารมากเกินไป การกินมากเกินไปจะทำให้หลอดเลือดแดงในสมองแข็งตัว เป็นสาเหตุให้เกิดโรคความจำสั้น การสูบบุหรี่ เป็นสาเหตุให้เป็นโรคสมองฝ่อและเป็นสาเหตุของโรคอัลไซเมอร์ ทานของหวานมากเกินไป การกินของหวานมากๆ จะไปขัดขวางการดูดกลืนโปรตีนและสารอาหารที่เป็นประโยชน์  เป็นสาเหตุของการขาดสารอาหารและขัดขวางการพัฒนาองสมอง มลภาวะ สมองเป็นส่วนที่ใช้พลังงานมากที่สุดในร่างกาย การสูดเอาอากาศที่เป็นมลภาวะเข้าไป จะทำให้ออกซิเจนในสมองมีน้อยส่งผลให้ประสิทธิภาพของสมองลดลง การอดนอน การนอนหลับจะทำให้สมองได้พักผ่อน การอดนอนเป็นเวลานานจะทำให้เซลล์สมองตายได้ นอนคลุมโปง การนอนคลุมโปง จะเป็นการเพิ่มคาร์บอนไดออกไซด์ให้มากขึ้นและลดออกซิเจนให้น้อยลง  ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของสมอง ใช้สมองในขณะที่ไม่สบาย การทำงานหรือเรียนนขณะที่กำลังป่วย จะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของสมองลดลง  เหมือนกับการทำร้ายสมองไปในตัว ขาดการใช้ความคิด การคิดเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในการฝึกสมอง การขาดการใช้ความคิดจะทำให้สมองฝ่อ เป็นคนไม่ค่อยพูด ทักษะทางการพูด จะเป็นตัวแสดงถึงประสิทธิภาพของสมอง

นาฬิกาชีวิต

นาฬิกาชีวิต   เวลา  21.00-23.00  น. ร่างกายจะสะสมพลังงานรวม…พลังงานของร่างกายจะสร้างช่วงนี้เท่านั้นจึงควรพักผ่อนเข้านอน 3 ทุ่ม..   เวลา  23.00-01.00  น.    พลังงานที่สร้างขึ้นจะเคลื่อนเข้าสู่ถุงน้ำดี..ล้างถุงน้ำดีทำให้ถุงน้ำดีแข็งแรง  ย่อยไขมันที่จะเปลี่ยนรูปไปเป็นฮอร์โมน  กล้ามเนื้อ  กระดูก  เส้นเอ็น ไขสมอง  น้ำหล่อเลี้ยงในร่างกายทั้งหมด การย่อยไขมันของร่างกายจะเกิดขึ้นในช่วงนี้เท่านั้น. หากไม่พักผ่อนช่วงนี้ ไขมันดังกล่าวจะตกตะกอนอยู่ตามร่างกาย เช่นถุงไขมันใต้ตา  มีพุง สมอง เลอะเลือนง่าย ปวดไหล่ ปวดท้องง่ายบริเวณลำไส้ใหญ่  ท้องเสีย หรือท้องผูกง่าย   เวลา  01.00  – 03.00 น.   พลังงานจะเคลื่อนเข้าสู่ตับ… ตับจะเริ่มทำงานโดยใช้พลังงานที่สะสมไว้ ตับจะสะสมอาหารสำรองให้ร่างกายกำจัดของเสีย ผลิตน้ำดี และส่งไปเก็บที่ถุงน้ำดี  ถ้าช่วงนี้ไม่หลับนอนร่างกายจะสูญเสียพลังงานที่สะสมไว้ ตับจะอ่อนแอลง การสะสมพลังงานสำรองลดลง การผลิตน้ำดีก็ลดลง  ส่งผลกระทบต่อการทำงานของตับอ่อนเป็นผลให้การผลิตอินซูลินลดลงด้วย  โรคที่จะเกิดขึ้นคือ โรคเกี่ยวกับความดันโลหิตแปรปรวน โรคเก๊าท์ โรครูมาตอยด์…

52 เทคนิคดูแลสุขภาพให้ห่างไกลโรค ตอนที่ 5

สิงห์อมควันต้องการวิตามินซีมากเป็นพิเศษ การที่คุณสูบบุหรี่มากๆ นั้นทำให้วิตามินซีลดลง บุหรี่เพียง 1 มวน  สามารถทำลายวิตามินซี ได้ถึง 25 มิลลิกรัม ลองคิดดูว่าถ้าวันหนึ่งๆ คุณสูบบุหรี่ 10  มวนหรือ 20 มวนวิตามินซีจะถูกทำลายไปกี่ร้อยมิลลิกรัม  หากคุณยังไม่สามารถเลิกบุหรี่ได้ก็ควรรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินซีเพื่อให้ร่างกายได้วิตามินซีอย่างพอเพียง  ผักสดๆ ผลไม้สดๆ ล้วนเป็นแหล่งวิตามินซีที่ดีเยี่ยม มะเขือเทศ สตรอเบอรี่ มะนาว ส้ม  พริกหยวก ผักกะหล่ำปลี ฯลฯ เหล่านี้ควรรับประทานสดๆ จะเกิดผลดีต่อสุขภาพแน่นอน นักดื่มอย่าลืมรับประทานตับ ในตับนั้นมีวิตามินและแร่ธาตุสำคัญๆ มากมายมหาศาล  คุณสามารถรับประทานตับสัตว์ได้ทุกมื้อหรือทุกวันโดยไม่ได้รับพิษภัยใดๆ  จากการรับประทานมากๆ โดยเฉพาะถ้าคุณชอบดื่มเหล้า ดื่มเบียร์ หรือไวน์  ร่างกายของคุณยิ่งต้องการวิตามินบี6 และวิตามินบี1 เพื่อช่วยลดไขมันในตับ…

52 เทคนิคดูแลสุขภาพให้ห่างไกลโรค ตอนที่ 4

ฟื้นฟูร่างกายด้วยปลาตะเพียน สารอาหารในปลาตะเพียนจะช่วยเสริมสร้างพลังงานแก่ร่างกายของคนที่เพิ่งฟื้นไข้ได้ดีหรือถ้าคุณรู้สึกอ่อนเพลียง่าย  ไร้เรี่ยวแรงเจ็บป่วยบ่อยๆ ร่างกายอ่อนแอ  คุณควรรับประทานปลาตะเพียนเพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกายให้มีพลังและสดชื่นขึ้นอย่างทันอกทันใจ  ปลาตะเพียนยังช่วยแก้ร้อนในได้ดี บำรุงม้าม ช่วยขับปัสสาวะ แม้รับประทานทุกๆ  วันก็ไม่ทำให้ร่างกาย “ร้อน” เกินไปเหมือนอาหารบำรุงบางชนิด  เพราะปลาตะเพียนมีฤทธิ์ปานกลาง อาการไอ เจ็บคอ กระหายน้ำบ่อยๆ  ก็จะหายไปถ้ารับประทานปลาตะเพียนเป็นประจำ ปลาแห้งตัวเล็กตัวน้อยให้วิตามิน D แสนดี ี  คุณทราบอยู่แล้วว่าวิตามินดีนั้นช่วยดูแลกระดูกให้แข็งแรง  ช่วยดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัสจากกระแสเลือดสู่กระดูก ช่วยให้เด็กๆ เติบโตเร็ว  แข็งแรง แล้วคุณทราบไหมว่าปลาแห้งตัวเล็กๆ น้อยๆ  นั่นแหละคือแหล่งวิตามินดีที่ดีเยี่ยมเลยทีเดียว  นอกจากปลาตัวเล็กตัวน้อยแล้วแหล่งวิตามินดีอื่นๆ ยังมีอีกมาก เช่น ปลาซาร์ดีน  ปลาซาบะ ปลากระป๋อง ปลาทูน่า ทอดมันปลา ลูกชิ้นปลา เห็ดหอม ตับ…

52 เทคนิคดูแลสุขภาพให้ห่างไกลโรค ตอนที่ 3

จัดเมนูมันเทศสัปดาห์ละครั้ง มันเทศต้มเป็นอาหารเสริมสุขภาพที่แสนวิเศษ  แต่ถ้าจะให้รับประทานทุกวันคุณคงเบื่อแน่นอน ดังนั้นอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1  ครั้งที่ควรมีมันเทศอยู่ในมื้อใ มื้อหนึ่ง  อาจต้มมันเทศเป็นอาหารว่างหรือต้มมันเทศผสมในข้าวต้มบ้างก็ได้  การรับประทานมันเทศเป็นประจำจะช่วยบำรุงร่างกายให้แข็งแรง  การขับถ่ายเป็นไปอย่างราบรื่น  คนที่ผอมแห้งก็สามารถเพิ่มน้ำหนักได้ด้วยการรับประทานมันเทศเป็นประจำ  แต่คนที่มีน้ำหนักตัวเกินพอดีควรรับประทานแต่เพียงเล็กน้อยจะได้ไม่แน่นท้องเกินไปนัก บำรุงเลือดด้วยการกินธาตุเหล็ก ธาตุเหล็กนั้นจำเป็นต่อสุขภาพของคุณอย่างมาก  เพราะถ้าเมื่อใดก็ตามที่คุณปล่อยให้ร่างกายขาดสารอาหารสำคัญตัวนี้ร่างกายก็จะไม่สามารถสร้างสร้างเซลล์เม็ดเลือดได้พอเพียง  คุณควรจัดเมนูอาหารที่มีธาตุเหล็กในแต่ละมื้อแต่ละวันอย่างสม่ำเสมอ  อาหารที่อุดมไปด้วยธาตุเหล็กก็คือ ตับสัตว์ เครื่องในไก่ แครอท ฟักทอง เมล็ดฟักทอง  มันฝรั่ง ถั่วเหลือง มะเขือเทศ กะหล่ำปลี บรอคเคอรี่ อาหารต้านความเศร้า อารมณ์ซึมเศร้า หดหู่ หม่นหมอง  สามารถทำให้คลายจางลงไปได้ด้วยการรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยเซเลเนียม เช่น  หอยนางรม ปลาทูน่า ไก่งวง นม ซึ่งมีกรดโฟลิก  เมื่อรับประทานอาหารเหล่านี้แล้วจะช่วยให้คุณมีอารมณ์แจ่มใส  ไม่หงุดหงิดฉุนเฉียวง่าย…

52 เทคนิคดูแลสุขภาพให้ห่างไกลโรค ตอนที่2

กินแมงกานีสวันละหน่อย  ไม่ปวดหลัง ไม่ขี้ลืม ไม่เซื่องซึม ถ้าร่างกายขาดแมงกานีสคุณจะรู้สึกว่าความจำไม่ค่อยดี ขี้หลงขี้ลืม  หรืออาจมีอาการปวดหลัง ข้อกระดูกสันหลังเสื่อม  การย่อยอาหารก็ทำงานอย่างขาดประสิทธิภาพ  แต่ถ้าร่างกายได้แมงกานีสอย่างพอเพียงกล้ามเนื้อของคุณจะมีการยืดตัวหดตัวดีเยี่ยม  ไม่ปวดหลัง ความเซื่องซึมอ่อนเปลี้ยเพลียแรงก็จะหมดสิ้นไป ความจำดี  ไม่มีอาการขี้ลืมง่ายๆ ลดอาการระคายเคืองทางประสาท  นอกจากนั้นคนที่ป่วยเป็นโรคลมบ้าหมูก็สามารถมีอาการดีขึ้นได้ถ้ารับประทานแมงกานีสอย่างพอเพียง  แหล่งอาหารที่อุดมด้วยแมงกานีส คือ ถั่วต่างๆ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ถั่วทอด นม เนย  ไข่ เนื้อสัตว์ ผักและผลไม้ ลองรับประทานรำข้าว  เพื่อบำรุงร่างกายบ้าง รำข้าวเป็นแหล่งวิตามินและแร่ธาตุที่อุดมสมบูรณ์มาก โปรตีน วิตามิน  และเกลือแร่ต่างๆ ที่มีอยู่ในรำข้าวมีดังนี้ วิตามินบี1 บี2 บี3 บี5 บี6 กรดโฟลิก  ไบโอติน…

52 เทคนิคดูแลสุขภาพให้ห่างไกลโรค ตอนที่ 1

อาหารเช้าคือมื้อที่สำคัญที่สุด ในสังคมปัจจุบันนี้เกือบ 80 เปอร์เซ็นต์ที่คนส่วนใหญ่มิได้ให้ความสำคัญกับอาหารเช้า  เนื่องจากต้องเร่งรีบแข่งกับเวลาเพื่อไปเรียนหรือไปทำงาน  คนไทยเราจะให้ความสำคัญกับอาหารเย็น เน้นว่าเป็นมื้อที่ต้องรับประทานอาหารหนักๆ  มากกว่ามื้อกลางวัน ส่วนมื้อเช้านั้นบางคนข้ามไปเลย บางคนก็ดื่มกาแฟเพียง 1  ถ้วยเท่านั้น  สังเกตให้ดีจะพบว่าคุณจะรู้สึกไม่สดชื่นกระปรี้กระเปร่าถ้ามื้อเช้าคุณไม่ได้ให้สารอาหารที่ร่างกายต้องการ  คืออาหารโปรตีนสูงและไขมันอย่างพอเพียง  อาหารเช้าที่หนักเกินไปก็เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง  ร่างกายต้องการเพียงสารอาหารที่ครบถ้วนในปริมาณไม่มากนัก  เพื่อที่คุณจะได้มีกำลังวังชา สมองปลอดโปร่ง กระปรี้กระเปร่า  พลังงานจะอยู่ในร่างกายคุณเป็นเวลานานและทำให้คุณไม่หิวบ่อยถ้าได้รับประทานอาหารเช้าที่ดี  อาหารเย็นไม่ควรเป็นมื้อหนักสำหรับคุณ  เพราะคุณอาจยังไม่รู้สึกหิวในมื้อเช้า แก้อาการแสบกระเพาะอย่างไร โรคกระเพาะอาหารนั้นมีอาการปวดท้องและแสบกระเพาะซึ่งเป็นเรื่องแสนทุกข์ทรมานอย่าง  ยิ่งสำหรับผู้ป่วยเป็นโรคกระเพาะอาหาร วิธีง่ายๆ  ที่คุณสามารถบำบัดเยียวยาอาการปวดแสบนั้นให้หายไปได้ก็คือ  รับประทานอาหารแต่ละมื้อแต่ละวันเพียงเล็กน้อยพออิ่ม อย่ารับประทานมากๆ  เพียงเพื่อความอร่อยเท่านั้น โดยเฉพาะอาหารเปรี้ยวจัด เค็มจัด เผ็ดจัด ควรงดเด็ดขาด  การรับประทานกล้วยกับน้ำผึ้งหรือรับประทานเนยถั่วก็เป็นเมนูพิเศษที่ดีสำหรับป้องกันอาการปวดแสบหรือแสบเกี่ยวกับแผลในกระเพาะ  แต่ไม่จำเป็นต้องรับประทานมากๆ เพียงครั้งคราวก็พอแล้ว  หัวใจสำคัญอยู่ที่การรับประทานอาหารน้อยๆ เท่านั้นเอง  และมีอีกประการหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการแสบกระเพาะได้ด้วยเช่นกัน…

8 โรคที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ

8 โรคที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ “อายุมากขึ้น โรคภัยจะถามหา” เป็นคำกล่าวที่ไม่อาจปฏิเสธความจริงได้พ้น เมื่ออายุเข้าสู่วัย 50ปี ร่างกายก็จะเสื่อมถอยลง ทำให้ผู้สูงอายุมีโรคต่างๆ ตามมามากมาย แต่ในขณะเดียวกันก็มีวิธีการดูแลรักษาเพื่อให้อาการดีขึ้น โดยโรคที่พบบ่อยในผู้สูงอายุมี 8 โรค คือ ข้อเข่าเสื่อม หัวใจขาดเลือด ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดสมอง ภาวะไขมันในเลือดสูง มะเร็ง เบาหวาน และโรคสมองเสื่อม โดยมีวิธีการดูแลรักษาด้วยตัวเองดังนี้ โรคข้อเข่าเสื่อม ใช้ความร้อนประคบรอบเข่า ลดอาการปวด เกร็ง บริหารกล้ามเนื้อเข่าให้แข็งแรงอยู่เสมอ ใช้สนับเข่า เพื่อกระชับ ลดอาการปวด ใช้ไม้เท้าช่วยเดิน ช่วยลดแรงที่กระทำต่อข้อ หลีกเลี่ยงอิริยาบถที่ไม่หมาะสม เช่น นั่งพับเพียบ คุกเข่า ขัดสมาธิ นั่งยองๆ…