Category สุขภาพ

การนอนดึกทำให้อายุสั้น เร่งวันตายให้ตัวเอง

การนอนดึกเป็นเหตุให้อายุสั้น เท่ากับเร่งวันตายให้ตัวเอง การทำงานดึกทำให้ร่างกายล้า เหมือนกับเครื่องยนต์ overload ไม่ช้าเครื่องก็พัง   วิธีแก้ไขในกรณีต้องทำงานดึก (เพื่อไม่ให้ร่างกายโทรมเร็ว) เพราะต้องเร่งงานความเสียหายที่เกิดขึ้นกับคนนอนดึก ร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ เกิดอาการล้า ระบบร่างกายจะรวน ดังนี้   ระบบการย่อยอาหาร ท้องอืด ท้องเฟ้อง่าย อาหารย่อยไม่ดีทำให้อุจจาระหยาบ คืออาหารที่ทานเข้าไป ถ้าไม่นอนดึกอุจจาระจะสวย ไม่มีเศษอาหารติดอยู่ เหมือนกับแท่งทอง แต่ถ้าอดนอนแล้วอุจจาระจะหยาบ จะมีเศษอะไรต่างๆ ติดอยู่ เหมือนกับรถที่มีเขม่าติด เกิดจากการที่ ร่างกายย่อยไม่หมด เพราะล้า   แนวทางแก้ไข ให้ลดอาหารประเภทเนื้อสัตว์ อาหารเหนียวๆ มิฉะนั้นลำไส้ทำงานหนัก ยิ่งนอนดึกแม้เราหลับไปแล้ว แต่ลำไส้ไม่หลับ ยังคงย่อยอยู่ต่อไป พอตื่นขึ้นมาก็เพลีย ให้ทานไข่…

นิสัย 10 อย่างที่ทำร้ายสมอง

นิสัย 10 อย่างที่ทำร้ายสมอง ไม่ทานอาหารเช้า หลายคนคิดว่าไม่ทานอาหารเช้าแล้วจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ แต่นี้จะเป็นสาเหตุให้สารอาหารไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ ทำให้สมองเสื่อม กินอาหารมากเกินไป การกินมากเกินไปจะทำให้หลอดเลือดแดงในสมองแข็งตัว เป็นสาเหตุให้เกิดโรคความจำสั้น การสูบบุหรี่ เป็นสาเหตุให้เป็นโรคสมองฝ่อและเป็นสาเหตุของโรคอัลไซเมอร์ ทานของหวานมากเกินไป การกินของหวานมากๆ จะไปขัดขวางการดูดกลืนโปรตีนและสารอาหารที่เป็นประโยชน์  เป็นสาเหตุของการขาดสารอาหารและขัดขวางการพัฒนาองสมอง มลภาวะ สมองเป็นส่วนที่ใช้พลังงานมากที่สุดในร่างกาย การสูดเอาอากาศที่เป็นมลภาวะเข้าไป จะทำให้ออกซิเจนในสมองมีน้อยส่งผลให้ประสิทธิภาพของสมองลดลง การอดนอน การนอนหลับจะทำให้สมองได้พักผ่อน การอดนอนเป็นเวลานานจะทำให้เซลล์สมองตายได้ นอนคลุมโปง การนอนคลุมโปง จะเป็นการเพิ่มคาร์บอนไดออกไซด์ให้มากขึ้นและลดออกซิเจนให้น้อยลง  ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของสมอง ใช้สมองในขณะที่ไม่สบาย การทำงานหรือเรียนนขณะที่กำลังป่วย จะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของสมองลดลง  เหมือนกับการทำร้ายสมองไปในตัว ขาดการใช้ความคิด การคิดเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในการฝึกสมอง การขาดการใช้ความคิดจะทำให้สมองฝ่อ เป็นคนไม่ค่อยพูด ทักษะทางการพูด จะเป็นตัวแสดงถึงประสิทธิภาพของสมอง

นาฬิกาชีวิต

นาฬิกาชีวิต   เวลา  21.00-23.00  น. ร่างกายจะสะสมพลังงานรวม…พลังงานของร่างกายจะสร้างช่วงนี้เท่านั้นจึงควรพักผ่อนเข้านอน 3 ทุ่ม..   เวลา  23.00-01.00  น.    พลังงานที่สร้างขึ้นจะเคลื่อนเข้าสู่ถุงน้ำดี..ล้างถุงน้ำดีทำให้ถุงน้ำดีแข็งแรง  ย่อยไขมันที่จะเปลี่ยนรูปไปเป็นฮอร์โมน  กล้ามเนื้อ  กระดูก  เส้นเอ็น ไขสมอง  น้ำหล่อเลี้ยงในร่างกายทั้งหมด การย่อยไขมันของร่างกายจะเกิดขึ้นในช่วงนี้เท่านั้น. หากไม่พักผ่อนช่วงนี้ ไขมันดังกล่าวจะตกตะกอนอยู่ตามร่างกาย เช่นถุงไขมันใต้ตา  มีพุง สมอง เลอะเลือนง่าย ปวดไหล่ ปวดท้องง่ายบริเวณลำไส้ใหญ่  ท้องเสีย หรือท้องผูกง่าย   เวลา  01.00  – 03.00 น.   พลังงานจะเคลื่อนเข้าสู่ตับ… ตับจะเริ่มทำงานโดยใช้พลังงานที่สะสมไว้ ตับจะสะสมอาหารสำรองให้ร่างกายกำจัดของเสีย ผลิตน้ำดี และส่งไปเก็บที่ถุงน้ำดี  ถ้าช่วงนี้ไม่หลับนอนร่างกายจะสูญเสียพลังงานที่สะสมไว้ ตับจะอ่อนแอลง การสะสมพลังงานสำรองลดลง การผลิตน้ำดีก็ลดลง  ส่งผลกระทบต่อการทำงานของตับอ่อนเป็นผลให้การผลิตอินซูลินลดลงด้วย  โรคที่จะเกิดขึ้นคือ โรคเกี่ยวกับความดันโลหิตแปรปรวน โรคเก๊าท์ โรครูมาตอยด์…

52 เทคนิคดูแลสุขภาพให้ห่างไกลโรค ตอนที่ 3

จัดเมนูมันเทศสัปดาห์ละครั้ง มันเทศต้มเป็นอาหารเสริมสุขภาพที่แสนวิเศษ  แต่ถ้าจะให้รับประทานทุกวันคุณคงเบื่อแน่นอน ดังนั้นอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1  ครั้งที่ควรมีมันเทศอยู่ในมื้อใ มื้อหนึ่ง  อาจต้มมันเทศเป็นอาหารว่างหรือต้มมันเทศผสมในข้าวต้มบ้างก็ได้  การรับประทานมันเทศเป็นประจำจะช่วยบำรุงร่างกายให้แข็งแรง  การขับถ่ายเป็นไปอย่างราบรื่น  คนที่ผอมแห้งก็สามารถเพิ่มน้ำหนักได้ด้วยการรับประทานมันเทศเป็นประจำ  แต่คนที่มีน้ำหนักตัวเกินพอดีควรรับประทานแต่เพียงเล็กน้อยจะได้ไม่แน่นท้องเกินไปนัก บำรุงเลือดด้วยการกินธาตุเหล็ก ธาตุเหล็กนั้นจำเป็นต่อสุขภาพของคุณอย่างมาก  เพราะถ้าเมื่อใดก็ตามที่คุณปล่อยให้ร่างกายขาดสารอาหารสำคัญตัวนี้ร่างกายก็จะไม่สามารถสร้างสร้างเซลล์เม็ดเลือดได้พอเพียง  คุณควรจัดเมนูอาหารที่มีธาตุเหล็กในแต่ละมื้อแต่ละวันอย่างสม่ำเสมอ  อาหารที่อุดมไปด้วยธาตุเหล็กก็คือ ตับสัตว์ เครื่องในไก่ แครอท ฟักทอง เมล็ดฟักทอง  มันฝรั่ง ถั่วเหลือง มะเขือเทศ กะหล่ำปลี บรอคเคอรี่ อาหารต้านความเศร้า อารมณ์ซึมเศร้า หดหู่ หม่นหมอง  สามารถทำให้คลายจางลงไปได้ด้วยการรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยเซเลเนียม เช่น  หอยนางรม ปลาทูน่า ไก่งวง นม ซึ่งมีกรดโฟลิก  เมื่อรับประทานอาหารเหล่านี้แล้วจะช่วยให้คุณมีอารมณ์แจ่มใส  ไม่หงุดหงิดฉุนเฉียวง่าย…

52 เทคนิคดูแลสุขภาพให้ห่างไกลโรค ตอนที่ 1

อาหารเช้าคือมื้อที่สำคัญที่สุด ในสังคมปัจจุบันนี้เกือบ 80 เปอร์เซ็นต์ที่คนส่วนใหญ่มิได้ให้ความสำคัญกับอาหารเช้า  เนื่องจากต้องเร่งรีบแข่งกับเวลาเพื่อไปเรียนหรือไปทำงาน  คนไทยเราจะให้ความสำคัญกับอาหารเย็น เน้นว่าเป็นมื้อที่ต้องรับประทานอาหารหนักๆ  มากกว่ามื้อกลางวัน ส่วนมื้อเช้านั้นบางคนข้ามไปเลย บางคนก็ดื่มกาแฟเพียง 1  ถ้วยเท่านั้น  สังเกตให้ดีจะพบว่าคุณจะรู้สึกไม่สดชื่นกระปรี้กระเปร่าถ้ามื้อเช้าคุณไม่ได้ให้สารอาหารที่ร่างกายต้องการ  คืออาหารโปรตีนสูงและไขมันอย่างพอเพียง  อาหารเช้าที่หนักเกินไปก็เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง  ร่างกายต้องการเพียงสารอาหารที่ครบถ้วนในปริมาณไม่มากนัก  เพื่อที่คุณจะได้มีกำลังวังชา สมองปลอดโปร่ง กระปรี้กระเปร่า  พลังงานจะอยู่ในร่างกายคุณเป็นเวลานานและทำให้คุณไม่หิวบ่อยถ้าได้รับประทานอาหารเช้าที่ดี  อาหารเย็นไม่ควรเป็นมื้อหนักสำหรับคุณ  เพราะคุณอาจยังไม่รู้สึกหิวในมื้อเช้า แก้อาการแสบกระเพาะอย่างไร โรคกระเพาะอาหารนั้นมีอาการปวดท้องและแสบกระเพาะซึ่งเป็นเรื่องแสนทุกข์ทรมานอย่าง  ยิ่งสำหรับผู้ป่วยเป็นโรคกระเพาะอาหาร วิธีง่ายๆ  ที่คุณสามารถบำบัดเยียวยาอาการปวดแสบนั้นให้หายไปได้ก็คือ  รับประทานอาหารแต่ละมื้อแต่ละวันเพียงเล็กน้อยพออิ่ม อย่ารับประทานมากๆ  เพียงเพื่อความอร่อยเท่านั้น โดยเฉพาะอาหารเปรี้ยวจัด เค็มจัด เผ็ดจัด ควรงดเด็ดขาด  การรับประทานกล้วยกับน้ำผึ้งหรือรับประทานเนยถั่วก็เป็นเมนูพิเศษที่ดีสำหรับป้องกันอาการปวดแสบหรือแสบเกี่ยวกับแผลในกระเพาะ  แต่ไม่จำเป็นต้องรับประทานมากๆ เพียงครั้งคราวก็พอแล้ว  หัวใจสำคัญอยู่ที่การรับประทานอาหารน้อยๆ เท่านั้นเอง  และมีอีกประการหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการแสบกระเพาะได้ด้วยเช่นกัน…

8 โรคที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ

8 โรคที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ “อายุมากขึ้น โรคภัยจะถามหา” เป็นคำกล่าวที่ไม่อาจปฏิเสธความจริงได้พ้น เมื่ออายุเข้าสู่วัย 50ปี ร่างกายก็จะเสื่อมถอยลง ทำให้ผู้สูงอายุมีโรคต่างๆ ตามมามากมาย แต่ในขณะเดียวกันก็มีวิธีการดูแลรักษาเพื่อให้อาการดีขึ้น โดยโรคที่พบบ่อยในผู้สูงอายุมี 8 โรค คือ ข้อเข่าเสื่อม หัวใจขาดเลือด ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดสมอง ภาวะไขมันในเลือดสูง มะเร็ง เบาหวาน และโรคสมองเสื่อม โดยมีวิธีการดูแลรักษาด้วยตัวเองดังนี้ โรคข้อเข่าเสื่อม ใช้ความร้อนประคบรอบเข่า ลดอาการปวด เกร็ง บริหารกล้ามเนื้อเข่าให้แข็งแรงอยู่เสมอ ใช้สนับเข่า เพื่อกระชับ ลดอาการปวด ใช้ไม้เท้าช่วยเดิน ช่วยลดแรงที่กระทำต่อข้อ หลีกเลี่ยงอิริยาบถที่ไม่หมาะสม เช่น นั่งพับเพียบ คุกเข่า ขัดสมาธิ นั่งยองๆ…

ป้องกันการหลงๆ ลืมๆ ของผู้สูงวัย

การสูงวัยเป็นกระบวนการทางธรรมชาติและหลีกเลี่ยงไม่ได้ และถึงแม้จะไม่สามารถป้องกันไม่ให้กาลเวลาผ่านไปได้ แต่ก็มีวิธีต่างๆ ที่จะส่งเสริมการสูงวัยอย่างมีสุขภาพดีและรักษาคุณภาพชีวิตให้สูงขึ้นเมื่อคุณอายุมากขึ้น ต่อไปนี้คือแนวปฏิบัติด้านไลฟ์สไตล์และสุขภาพที่อาจส่งผลต่อการสูงวัยอย่างมีสุขภาพดี: ### 1. **รักษาวิถีชีวิตที่ดีต่อสุขภาพ:** – รับประทานอาหารที่สมดุลและมีคุณค่าทางโภชนาการ ซึ่งอุดมไปด้วยผักผลไม้ ธัญพืช โปรตีนไร้มัน และไขมันที่ดีต่อสุขภาพ – ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการออกกำลังกายแบบแอโรบิกและการฝึกความแข็งแกร่ง เพื่อส่งเสริมสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และความยืดหยุ่น ### 2. **มีจิตใจที่กระฉับกระเฉง:** – รักษาจิตใจให้เฉียบแหลมด้วยการมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่กระตุ้นการทำงานของการรับรู้ เช่น การอ่าน ปริศนา การเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ และการเข้าสังคม – ติดตามการเรียนรู้ตลอดชีวิตและท้าทายสมองของคุณด้วยประสบการณ์ใหม่ ๆ ### 3. **จัดลำดับความสำคัญการนอนหลับ:** – รับประกันการนอนหลับที่เพียงพอและมีคุณภาพโดยรักษาตารางการนอนหลับที่สม่ำเสมอ สร้างสภาพแวดล้อมการนอนหลับที่สะดวกสบาย และจัดการกับความผิดปกติของการนอนหลับ…

วัคซีนที่ผู้สูงวัยต้องรู้จัก (จะฉีดหรือไม่ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์)

วัคซีนมีบทบาทสำคัญในการป้องกันโรคต่างๆ และมีวัคซีนเฉพาะที่แนะนำสำหรับผู้สูงอายุเพื่อป้องกันการติดเชื้อที่อาจส่งผลร้ายแรงต่อชีวิตบั้นปลาย ต่อไปนี้เป็นวัคซีนสำคัญบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุเป็นพิเศษ: ### 1. **วัคซีนไข้หวัดใหญ่:** – แนะนำให้ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลสำหรับผู้สูงอายุเป็นประจำทุกปี ไข้หวัดใหญ่อาจทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ และวัคซีนจะช่วยป้องกันไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ต่างๆ ### 2. **วัคซีนป้องกันโรคปอดบวม:** – **วัคซีนคอนจูเกตปอดบวม (PCV13):** เริ่มแนะนำสำหรับผู้ใหญ่ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงบางประการ – **วัคซีนโพลีแซ็กคาไรด์ปอดอักเสบ (PPSV23):** แนะนำสำหรับผู้ใหญ่ทุกคนที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ให้การป้องกันโรคปอดบวมและโรคปอดบวมอื่นๆ เพิ่มเติม ### 3. **วัคซีนงูสวัด (เริมงูสวัด):** – วัคซีนโรคงูสวัด เช่น งูสวัด ได้รับการแนะนำสำหรับผู้ใหญ่ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป รวมถึงผู้ที่เคยเป็นโรคงูสวัดมาก่อนหรือเคยได้รับวัคซีน…

โปรไบโอติกส์คืออะไร สำคัญกับผู้สูงอายุอย่างไร

โปรไบโอติกคือจุลินทรีย์ที่มีชีวิต ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแบคทีเรียและยีสต์ ซึ่งให้ประโยชน์ต่อสุขภาพเมื่อบริโภคในปริมาณที่เพียงพอ จุลินทรีย์เหล่านี้มักถูกเรียกว่าแบคทีเรีย “ดี” หรือ “เป็นมิตร” เนื่องจากมีส่วนช่วยในการสร้างสมดุลของชุมชนจุลินทรีย์ในระบบย่อยอาหาร โปรไบโอติกมักเกี่ยวข้องกับการส่งเสริมสุขภาพทางเดินอาหาร แต่ก็อาจส่งผลดีอื่นๆ ต่อร่างกายด้วย ### ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับโปรไบโอติก: 1. **ประเภทของจุลินทรีย์:** – โปรไบโอติก ได้แก่ แบคทีเรียหลากหลายสายพันธุ์ (เช่น แลคโตบาซิลลัส บิฟิโดแบคทีเรียม) และยีสต์ (เช่น แซคคาโรไมเซส บูลาร์ดี) สายพันธุ์ที่แตกต่างกันอาจมีประโยชน์ต่อสุขภาพที่แตกต่างกัน 2. **แหล่งธรรมชาติ:** – โปรไบโอติกสามารถพบได้ตามธรรมชาติในอาหารหมักและผลิตภัณฑ์จากนมบางชนิด รวมถึงโยเกิร์ต เคเฟอร์ กะหล่ำปลีดอง กิมจิ มิโซะ เทมเป้ และผักดองบางประเภท นอกจากนี้ยังสามารถใช้เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารได้อีกด้วย 3.…

การป้องกันมะเร็งในผู้สูงวัย

แม้ว่าความเสี่ยงของโรคมะเร็งจะเพิ่มขึ้นตามอายุ แต่ก็มีทางเลือกในการดำเนินชีวิตและมาตรการป้องกันหลายประการที่ผู้สูงอายุสามารถนำมาใช้เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งได้ สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือไม่มีกลยุทธ์ใดที่จะรับประกันการป้องกันโรคมะเร็งได้ แต่การผสมผสานนิสัยที่ดีต่อสุขภาพสามารถส่งผลต่อความเป็นอยู่โดยรวมและลดความเสี่ยงได้ คำแนะนำในการป้องกันโรคมะเร็งในผู้สูงอายุมีดังนี้ ### 1. **เลิกสูบบุหรี่:** – หากแต่ละคนสูบบุหรี่ การเลิกบุหรี่เป็นวิธีหนึ่งที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการป้องกันมะเร็งหลายชนิด โดยเฉพาะมะเร็งปอด ขอการสนับสนุนจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ กลุ่มสนับสนุน หรือโครงการเลิกบุหรี่ ### 2. **จำกัดปริมาณแอลกอฮอล์:** – ดื่มแอลกอฮอล์ปานกลางหรือหลีกเลี่ยงเลย การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไปสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของโรคมะเร็งหลายชนิด รวมถึงมะเร็งตับ เต้านม และหลอดอาหาร ### 3. **รักษาอาหารเพื่อสุขภาพ:** – รับประทานอาหารที่สมดุลซึ่งอุดมไปด้วยผักผลไม้ ธัญพืชเต็มเมล็ด และโปรตีนไร้ไขมัน รวมผักและผลไม้หลากสีสันที่ให้วิตามิน แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระที่จำเป็น ### 4. **จำกัดการแปรรูปและเนื้อแดง:** – ลดการบริโภคเนื้อสัตว์แปรรูปและจำกัดการบริโภคเนื้อแดง เลือกแหล่งโปรตีนไร้มันและรวมโปรตีนจากพืชเข้ากับอาหาร…